รวบขาใหญ่ยากูซ่าคาสนามบิน หลอกโอนเงินกว่า 200 ล้านบาท ก่อนหนีซุกไทย

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์​ (ACSC) ผนึกกำลังตำรวจญี่ปุ่นรวบยากูซ่า บอสใหญ่แก๊งคอลเซ็นเตอร์คาสุวรรณภูมิ พบหลอกเหยื่อ 40 คดี กวาดเงินไปกว่า 200 ล้านบาท

8 มิถุนายน 2569 - ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กองกำกับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ ACSC ร่วมกันควบคุมตัว นายทาคาฟุมิ (MR.TAKAFUMI) อายุ 31 ปี สัญชาติญี่ปุ่น เป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12(7) มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อถือว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข หรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศออกหมายจับ” (กรณีถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร) จับกุมภายในสนามบินสุวรรรภูมิ ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

พฤติการณ์ กล่าวคือ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ได้ดำเนินการตามนโยบายสำคัญทางรัฐบาลในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมฉ้อโกงออนไลน์คนร้ายข้ามชาติ ซึ่งในระหว่างวันที่ 26-28 พ.ค.69 ศูนย์ ACSC ได้ร่วมกับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจาก 11 ประเทศ จัดปฏิบัติการ 3rd Joint Surge Week เพื่อสกัดกั้นเครือข่ายมิจฉาชีพออนไลน์ที่ดำเนินการอยู่ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากปฏิบัติการดังกล่าว ทาง ศูนย์ ACSC ได้รับการประสานจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ในการติดตามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่สร้างความเสียหายให้ประเทศญี่ปุ่นมหาศาล จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นทราบว่า องค์กรยากูซ่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีฐานปฏิบัติการในกัมพูชา ภายใต้การสั่งการของ นายทาคาฟุมิฯ โดยแก๊งนี้ ใช้วิธีหลอกลวงผ่านทางโทรศัพท์ ถึง 3 ชั้น เริ่มจากการใช้เสียงอัตโนมัติโทรศัพท์ทางไกล แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัทโทรคมนาคม NTT แจ้งเตือนว่าสายโทรศัพท์ของเหยื่อกำลังจะถูกตัดสัญญาณ และให้กดหมายเลข 1 หากต้องการติดต่อเจ้าหน้าที่ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อกดหมายเลขดังกล่าว ระบบจะโอนสายให้ทีมแนวหน้าหลอกถามข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อ จากนั้นจะส่งต่อให้ทีมที่สองและสาม สวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานอัยการเขต ข่มขู่ว่าเหยื่อพัวพันกับยากูซ่าและบังคับให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์

จากการสืบสวนขบวนการดังกล่าวยังมีพฤติการณ์ล่อลวงคนจากญี่ปุ่นด้วยโปรไฟล์รับสมัครงานปลอม ก่อนบังคับจับขึ้นเครื่องบินไปลงที่พนมเปญ เพื่อกักขังและบังคับให้เป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเครือข่ายนี้ก่อเหตุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 40 คดีในปี 2024 กวาดเงินไปกว่า 1,000 ล้านเยน หรือกว่า 200 ล้านบาทไทย

และเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.69 เวลาประมาณ 18.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ร่วมกับ ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้รับประสานข้อมูล ว่านายทาคาฟุมิฯ บุคคลรายดังกล่าวได้ใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่ซ่อนตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดีของประเทศญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทำงานแข่งกับเวลา สืบสวนแกะรอยพบว่า นายทาคาฟุมิฯ เตรียมใช้ไทยเป็นทางผ่านเพื่อหลบหนี โดยจองตั๋วสายการบินมุ่งหน้าสู่ไปยังประเทศที่สาม

ทันทีที่ทราบข้อมูลดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย กก.2 บก.สส.สตม. จึงเดินทางเข้าพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ วางกำลังแฝงตัวนักท่องเที่ยว กระทั่งพบ นายทาคาฟุมิฯ เดินทางเข้ามาบริเวณเคาน์เตอร์เช็กอิน นาทีสุดท้ายก่อนเคาน์เตอร์เช็กอินปิด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเข้าแสดงตัว พร้อมแจ้งเพิกถอนสิทธิการพำนักในราชอาณาจักรและเข้าควบคุมตัวนำส่งห้องกัก กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อเตรียมผลักดันกลับไปรับโทษตามกฎหมายที่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.ไซเบอร์ลุย ‘ระเบิดรังมังกร’ ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ยึดทรัพย์ 583 ล้าน

ตำรวจไซเบอร์เปิดปฏิบัติการ “ระเบิดรังมังกร” ขยายผลจากคดีหลอกลงทุนออนไลน์ 5 คดี สู่การทลายเครือข่าย “หมิงเฉิน ซัน” ชาวจีน ผู้ต้องสงสัยเชื่อมโยงขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติและเครือข่าย Prince Group เข้าตรว

รมช.ดีอี ลุยสร้างเครือข่ายต้าน 'เฟกนิวส์' ภาคอีสาน ยกระดับสร้างภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันภัย 'สแกมเมอร์'

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน การจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างการรับรู้ให้รู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 2 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) จังหวัดอุบลราชธานีจัดการตนเองขององค์กรชุมชนทั่วประเทศเพื่อความยั่งยืนจากฐานราก

'แฟนคลับBTS' ร้องทุกข์ สส.พรรคส้มถูกโกงค่าบัตรคอนเสิร์ต

'แฟนคลับBTS' รวมตัวร้องทุกข์ สส.พรรคประชาชน เหตุ โดนโกงค่ากดบัตร เสียหายนับล้านบาท ด้าน 'กันต์พงษ์' ชี้เข้าข่ายสแกมเมอร์ ขณะที่ 'กรุณพล' ระบุต้องคุยกับตัวแทนผู้จำหน่ายตั๋ว หาความเป็นธรรมให้ทุกฝ่าย

ดีอี แจงข่าวจริง 'ETDA ออกกฎใหม่ ยิงโฆษณาในสื่อโซเชียล ต้องสแกนหน้า-ยืนยันตัวตนก่อน' ช่วยตัดช่องทาง 'สแกมเมอร์' หลอกลวง ปชช.

AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 130,496 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,716 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด

ดีอี เร่งรัดกระบวนการคืนเงินผู้เสียหายจาก 'สแกมเมอร์' เตรียมพร้อมรับกฎกระทรวงฯ มีผลบังคับใช้ 12 ส.ค.69 นี้

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมาย นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.มาตรา 13 ครั้งที่ 2/2569 โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม